1. ท่านจะต้องมีทำเลที่เหมาะสม สำหรับทำเลที่เหมาะสำหรับธุรกิจไปรษณีย์เอกชนได้แก่
1.1 ทำเลที่อยู่ในแหล่งชุมชนใหญ่ๆ หรือหมู่บ้านใหญ่ๆ
1.2 ทำเลที่อยู่ตาม จุดต่อรถ, ป้ายรถเมล์, ตลาด ฯลฯ
1.3 ทำเลที่อยู่ในย่านธุรกิจที่มีคนทำงานออฟฟิสเยอะๆ
1.4 ทำเลที่ใกล้โรงงานอุตสาหกรรม หรืออยู่ในนิคมอุตสาหกรรม
1.5 ทำเลที่อยู่ตามห้างสรรพสินค้า หรือห้างดิสเคาน์สโตร์
1.6 ทำเลที่อยู่ใกล้หน่วยงานราชการ หรือบริษัทใหญ่ๆ ที่มีพนักงานมากๆ
1.7 ทำเลที่อยู่ห่างไกลจากที่ทำการไปรษณีย์ของรัฐ
2. มีเงินลงทุนเริ่มต้นประมาณ 99,000 บาท ขึ้นไป
(ไม่รวมค่าสถานที่ , ทำเล และเงินทุนหมุนเวียนที่จะใช้ในร้าน)
3. มีเวลา หรือ มีพนักงานที่จะต้องนำไปรษณียภัณฑ์ต่างๆ ไปส่งยังที่ทำการไปรษณีย์ไทยที่อยู่ใกล้ที่สุด หรือที่สะดวกที่สุด อย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง (การทำธุรกิจไปรษณีย์เอกชน ไม่ใช่ว่าผู้ซื้อแฟรนไชส์เป็นไปรษณีย์เอง ผู้ซื้อแฟรนไชส์เป็นเพียงแต่ผู้รวบรวมไปรษณียภัณฑ์ต่างๆ นำส่งบริษัทไปรษณีย์ไทยอีกต่อหนึ่งเท่านั้น)
4. บริษัทฯ เป็นเพียงผู้ที่ขายอุปกรณ์ และบริการต่างๆ รวมไปถึงการวางระบบงาน และถ่ายทอดความรู้ในการทำงาน ให้แก่ผู้ซื้อแฟรนไชส์เท่านั้น ไม่ได้เป็นผู้รวบรวมไปรษณียภัณฑ์ หรือเป็นไปรษณีย์แต่อย่างใด
5. หลังจากเปิดดำเนินการแล้ว หากมีรายการรับชำระ Master Pay ผู้ซื้อจะต้องทำการส่งข้อมูลและโอนเงินให้กับบริษัทฯ ตามเงื่อนไขในสัญญาทุกครั้ง ยกเว้นแต่รายการที่บริษัทฯ ไม่สามารถรับชำระได้ บริษัทอนุญาตให้ผู้ซื้อจัดการดำเนินการตัดจ่ายบิลเองได้
6. บริษัทฯ จะไม่มีการเรียกเก็บส่วนแบ่งรายได้ และค่าการตลาด ใดๆทั้งสิ้น ยกเว้นแต่ค่าบริการในการตัดจ่ายบิลออนไลน์
7. สัญญาทำธุรกิจกับบริษัทฯ มีระยะเวลา 1 ปี และจะมีการต่อสัญญาไปอีกทุกๆ 1 ปี โดยเสียค่าใช้จ่ายในการต่อสัญญาครั้งละ 5,000 บาท
8. บริษัทฯ อนุญาตให้ผู้ซื้อสามารถทำธุรกิจอื่นๆ ควบไปกับธุรกิจ Master Post หรือ Master Pay โดยเสรี เพียงแต่ต้องแจ้งให้บริษัททราบก่อนเท่านั้น
|